• เงื่อนไขความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
       
      ภายใต้การคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นแห่งกรมธรรม์ประกันภัยและเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยนี้
    บริษัทให้สัญญาต่อผู้เอาประกันภัยดังต่อไปนี้
       
     

    ข้อ 1. กรมธรรม์ประกันภัยนี้มีผลใช้บังคับทันที เมื่อผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว

     
    1. การชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่ตัวแทนประกันภัย  พนักงานหรือนายหน้าประกันภัยผู้ได้รับมอบอำนาจให้รับชำระเบี้ยประกันภัย ตลอดจนบุคคลหรือ
      นิติบุคคลที่บริษัท ยอมรับการกระทำของบุคคล หรือนิติบุคคลดังกล่าวเสมือนตัวแทนของบริษัท ให้ถือว่าเป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทโดยถูกต้อง

       
     

    ข้อ 2. นิยามศัพท์ กรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยนี้

     
    1.       “บริษัท”  หมายความว่า บริษัทที่ออกกรมธรรม์ประกันภัยนี้
            “ผู้เอาประกันภัย” หมายความว่า บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้เอาประกันภัยในตาราง
            “ผู้ประสบภัย” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือ เนื่องจากสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถนั้น และหมายความรวมถึงทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยจากรถซึ่งถึงแก่ความตายด้วย
            “นายทะเบียน” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยหรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย มอบหมาย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
            “ตาราง” หมายความว่า ตารางแห่งกรมธรรม์ประกันภัยนี้
            “รถ”  หมายความว่า รถที่เอาประกันภัยซึ่งมีรายการที่ระบุไว้ในตาราง
            “อุบัติเหตุแต่ละครั้ง” หมายความว่า เหตุการณ์หนึ่งหรือหลายเหตุการณ์สืบเนื่องกันซึ่งเกิดจากสาเหตุอันเดียวกัน

       
      ข้อ 3. การคุ้มครองผู้ประสบภัย ภายใต้บังคับข้อ 6. บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย
    ของผู้ประสบภัย ในนามผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อผู้ประสบภัยเนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถนั้น ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ดังนี้
     

          3.1   ผู้ประสบภัย
                3.1.1 ในกรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย  แต่ไม่ถึงกับสูญเสียอวัยวะ  หรือทุพพลภาพอย่างถาวร  ตามข้อ
                3.1.2 บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าเสียหายอย่างอื่นที่ผู้ประสบภัยสามารถเรียกร้องได้ตามมูลละเมิดตามความเสียหายที่
    แท้จริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาท ต่อหนึ่งคน
                3.1.2 ในกรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย ในกรณีใดกรณีหนึ่ง บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินคุ้มครอง ดังนี้
                      (1) กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท ต่อหนึ่งคน
                      (2) กรณีสูญเสียมือสองข้างตั้งแต่ข้อมือ หรือแขนสองข้าง  หรือเท้าสองข้างตั้งแต่ข้อเท้า หรือขาสองข้าง หรือสายตาสองข้าง(ตาบอด)
    บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาท ต่อหนึ่งคน
                      (3) กรณีเสียสูญเสียมือหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อมือ  แขนหนึ่งข้าง เท้าหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อเท้า ขาหนึ่งข้าง สายตาหนึ่งข้าง(ตาบอด)
    ตั้งแต 2 กรณีขึ้นไป  บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาทต่อหนึ่งคน
                      (4) กรณีสูญเสียมือหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อมือ  หรือแขนหนึ่งข้าง หรือเท้าหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อเท้า หรือขาหนึ่งข้าง  หรือสายตาหนึ่งข้าง(ตาบอด)
    กรณีใดกรณีหนึ่ง  บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน  250,000 บาท ต่อหนึ่งคน
                      (5) กรณีหนูหนวก เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูดหรือลิ้นขาด  สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์หรือความสามารถสืบพันธุ์จิตพิการอย่างติดตัว
    หรือเสียอวัยวะอื่นใด  บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 250,000 บาท ต่อหนึ่งคน
                      (6) กรณีสูญเสียนิ้วตั้งแต่ข้อนิ้วขึ้นไป  ไม่ว่านิ้วเดียวหรือหลายนิ้ว  บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 200,000 บาท ต่อหนึ่งคน                                    กรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย  หรืออนามัยหลายกรณี บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินคุ้มครองเฉพาะกรณีที่มีจำนวนเงินคุ้มครองเฉพาะกรณีที่มีจำนวน
    เงินคุ้มครองที่สูงกว่า
                3.1.3 ในกรณีเสียชีวิต บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 300,000 บาทต่อหนึ่งคน
                3.1.4 ในกรณีได้รับความเสียหายตามข้อ 3.1.1 และต่อมาได้รับความเสียหายตามข้อ 3.1.2 บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตาม             
    ข้อ 3.1.2 แต่หากเป็นกรณีได้รับความเสียหายตามข้อ 3.1.1 และต่อมาได้รับความเสียหายตามข้อ 3.1.3 หรือทั้งข้อ 3.1.2 และ
    ข้อ 3.1.3 บริษัทจะจ่าย 300,000 บาทต่อคน
                3.1.5 ในกรณีที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท จำนวน
    รวมกันไม่เกิน 20 วัน เป็นค่าเสียหายที่เพิ่ม่ขึ้นนอกเหนือจากความคุ้มครองที่ระบุในข้อ 3.1.1 ข้อ 3.1.2  ข้อ 3.1.3 และข้อ 3.1.4
                3.1.6 กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้เอาประกันภัย  หรือบุคคลในครอบครัวของผุ้เอาประกันภัย ซึ่งมิใช่ผู้ขับขี่  ทั้งนี้ในกรณีผู้ขับขี่เป็นฝ่าย
    ที่ต้องรับผิดต่ออุบัติเหตุ ให้นำความในข้อ 3.1.1 ข้อ 3.1.2 ข้อ 3.1.3 ข้อ 3.1.4  และข้อ 3.1.5 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
                3.1.7 กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย  และเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดต่ออุบัติเหตุหรือไม่มีผู้ใดต้องรับผิดตามกฎหมายต่อผู้ขับขี่
    ที่เป็นผู้ประสบภัย  บริษัทจะรับผิดจ่ายค่าสินไหมทดแทนไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น
          ทั้งนี้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น ไม่เกินจำนวนคุ้มครองสูงสุดต่อหนึ่งคน และรวมกันแล้วไม่เกินจำนวนเงิน
    คุ้มครองสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ที่ระบุไว้ในรายการที่ 4 ของตาราง

       
     

    ข้อ 4.  ค่าเสียหายเบื้องต้น  ภายใต้บังคับข้อ 6. บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น ให้แก่ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ ความรับผิดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับการร้องขอ  โดยจ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นดังต่อไปนี้

     

          4.1  กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล  และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ของผู้ประสบภัยตามจำนวน ที่จ่ายไปจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อหนึ่งคน
          4.2  กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกายอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้  บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวน 35,000 บาท ต่อหนึ่งคน

     

      (ก) ตาบอด (จ) เสียแขน  ขา  มือ  เท้า  นิ้ว
      (ข) หูหนวก (ฉ) เสียอวัยวะอื่นใด
      (ค) เป็นใบ้  หรือเสียความสามารถในการพูด  หรือลิ้นขาด (ช) จิตพิการอย่างติดตัว
      (ง) สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์ (ซ) ทุพพลภาพอย่างถาวร

     

          4.3  กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อชีวิต บริษัทจะจ่ายค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพของผู้ประสบภัย ตามจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
          4.4  จำนวนตาม 4.1 และ 4.2 รวมกัน หรือจำนวน 4.1  และ 4.3 รวมกัน  แต่หากผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายตามข้อ 4.1 4.2 และ 4.3 
    หรือได้รับความเสียหายตามข้อ 4.2 และ 4.3  ให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันไม่เกินจำนวน  65,000 บาท
          4.5  กรณีรถตั้งแต่สองคันขึ้นไป ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประสบภัย  บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นตาม 4.1 4.2 4.3 หรือ 4.4 แล้วแต่กรณี
    ให้แก่ผู้ประสบภัยซึ่งอยู่ในรถที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท  แต่ถ้าผู้ประสบภัยมิใช่เป็นผู้ซึ่งอยู่ในรถที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวข้างต้น
    บริษัทจะจ่ายค่าเสียหาย เบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยในอัตราส่วนที่เท่ากันความเสียหายเบื้องต้นทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3.

       
     

    ข้อ 5.  การขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น ผู้ประสบภัยต้องร้องขอค่าเสียหายเบื้องต้นต่อบริษัทภายใน 180 วัน นับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น และต้องมีหลักฐาน ดังนี้

     

          5.1  ความเสียหายต่อร่างกาย
                5.1.1 ใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาล  หรือสถานพยาบาล  หรือหลักฐานการแจ้งหนี้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
                5.1.2 สำเนาบัตรประจำตัว  หรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว  หรือสำเนาหนังสือเดินทาง  หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัยแล้วแต่กรณี
    ในกรณีที่ผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกายอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ 4.2 นอกจากต้องยื่นหลักฐานตาม 5.1.1 และ5.1.2  แล้วให้ยื่นใบรับรองแพทย์หรือความเห็นแพทย์หรือหลักฐานอื่นใดที่ระบุว่าเป็นผู้ประสบภัยซึ่งได้รับความเสียหายต่อร่างกายดังกล่าว พร้อมทั้งสำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้น ได้รับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถ  เพิ่มเติมด้วย
          5.2 ความเสียหายต่อชีวิต
                5.2.1 สำเนามรณบัตรหรือหลักฐานอื่นใดที่นายทะเบียนประกาศกำหนดซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้น เป็นผู้ประสบภัย
                5.2.2 สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของพนักงานสอบสวน  หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นถึงแก่ความตาย  เพราะการประสบภัยจากรถ
                5.2.3 การร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นตาม 5.1 และ 5.2  รวมกันให้มีหลักฐานตาม 5.1 และ 5.2

       
     

    ข้อ 6.  การสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล  ค่าทดแทน  ค่าชดเชยรายวัน  และค่าปลงศพ ในกรณีรถที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทประสบอุบัติเหตุ
    ชนกับรถอื่น ซึ่งมีการประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถด้วย เป็นเหตุให้ผู้ประสบภัยได้รับอันตรายต่อชีวิตร่างกาย
     บริษัทตกลงจะ สำรองจ่าย ให้แก่ ผู้ประสบภัย  ซึ่งโดยสารมาในรถหรือกำลังขึ้นหรือกำลังลงจากรถที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท ดังนี้

     

           6.1 ค่ารักษาพยาบาลตามใบเสร็จรับเงิน ไม่เกิน  80,000 บาทต่อหนึ่งคน สำหรับกรณีได้รับบาดเจ็บ
           6.2 ค่าชดเชยรายวันกรณีเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ใน วันละ 200 บาท รวมไม่เกิน 20 วัน
           6.3 ค่าทดแทนหรือค่าปลงศพ   เป็นจำนวนเงิน 200,000 ถึง 300,000 บาท  ต่อหนึ่งคน ในเงื่อนไขความคุ้มครองตามข้อ 3
           6.4 ข้อ 6.1  6.2  และ  6.3 รวมกันไม่เกิน  304,000 บาท ต่อหนึ่งคน
    สำหรับผู้ประสบภัยที่เป็นบุคคลภายนอกรถบริษัทและผู้รับประกันภัยรถอื่นจะร่วมกันสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล  ค่าทดแทนหรือค่าปลงศพตามวรรคต้น 
    โดยเฉลี่ยฝ่ายละเท่า ๆ กันเมื่อมีการ สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทน ค่าชดเชยรายวัน หรือค่าปลงศพตามเงื่อนไขนี้แล้ว หากปรากฎว่าอุบัติเหตุนั้น
    เกิดจากความประมาทของผู้อื่น  มิใช่ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารรถที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทแล้ว บริษัทมีสิทธิที่จะใล่เบี้ยเอาค่ารักษาพยาบาล  ค่าทดแทน
    ค่าชดเชยรายวัน หรือค่าปลงศพที่บริษัทได้สำรองจ่ายไปคืนจากบริษัทผู้รับประกันภัยรถที่เป็นฝ่ายต้องรับผิดตามกฎหมายนั้นในทางกลับกันหากบริษัท
    ผู้รับประกันภัยรถอื่น ได้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล  ค่าทดแทน  ค่าชดเชยรายวันหรือค่าปลงศพให้แก่ผู้ประสบภัยหรือทายาทของผู้ประสบภัย ที่โดยสารมาหรือกำลังขึ้นหรือกำลังลงจากรถที่ตนรับประกันภัยไว้  หรือผู้ประสบภัยที่อยู่นอกรถแล้ว และปรากฎว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากความประมาท ของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารรถคันที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทแล้วบริษัทตกลงจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล  ค่าทดแทน  ค่าชดเชยรายวันหรือค่าปลงศพคืนแก่ บริษัทผู้รับประกันภัยรถอื่น  ซึ่งได้สำรองจ่ายค่าสินไหมทดแทน ภายในกำหนด  30 วัน  นับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ

       
     

    ข้อ 7. การคุ้มครองผู้ขับขี่  บริษัทจะถือว่าบุคคลใด  ซึ่งขับขี่รถโดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง และอยู่ภายใต้ข้อกำหนด ตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้

       
     

    ข้อ 8. การคุ้มครองความรับผิดของผู้โดยสาร กรมธรรม์ประกันภัยนี้ให้ความคุ้มครอง เมื่อผู้โดยสารนั้นจะต้องรับผิดจากรถที่ใช้  หรืออยู่ ในทางหรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถนั้น

       
     

    ข้อ 9. การแจ้งอุบัติเหตุ   เมื่อมีความเสียหายต่อผู้ประสบภัยจากรถ  ผู้เอาประกันภัยหรือผุ้ขับขี่ต้อง

     

          9.1 แจ้งให้บริษัททราบโดยไม่ชักช้า
          9.2 ส่งต่อให้บริษัททันทีเมื่อได้รับหมายศาล  หรือคำสั่ง  หรือคำบังคับของศาล
          9.3 มีหนังสือบอกกล่าวให้บริษัททราบทันที  เมื่อมีการดำเนินคดีแพ่ง  หรือคดีอาญาทางศาลอันอาจทำให้เกิดสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ 
    ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้ปฏิบัติตามข้อนี้ 
     บริษัทอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้เอาประกันภัย เพื่อความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการนั้น เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยจะ
    พิสูจน์ได้ว่าจะไม่สามารถปฏิบัติได้

       
     

    ข้อ 10. การจัดการเรียกร้อง 

     

          10.1 ผู้เอาประกันภัยจะต้องไม่ตกลงยินยอม  เสนอ  หรือให้สัญญาว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลใด  โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท  เว้นแต่ความเสียหายนั้น ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย   และบริษัทไม่จัดการต่อการเรียกร้องนั้น
          10.2 บริษัทมีสิทธิเข้าดำเนินการต่อสู้คดี
          10.3 บริษัทมีสิทธิฟ้องบุคคลใดให้ใช้ความเสียหายเพื่อประโยชน์ของบริษัทในนามของผู้เอาประกันภัย ในการนี้ผู้เอาประกันภัยต้องให้ข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือ แก่บริษัทตามสมควร
          10.4 เมื่อบริษัทได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนที่บริษัทต้องรับผิดตามข้อ 3. หรือข้อ 4.  ตามแต่กรณีแล้ว  ก่อนดำเนินคดีทางศาลบริษัท
    ไม่ต้องรับผิดชอบต่อสู้คดีแทนผู้เอาประกันภัย
          10.5 กรณีบริษัทปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน  ผู้เสียหายได้นำคดีขึ้นสู่ศาลหรือเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ  เมื่อศาลพิพากษา
    หรืออนุญโตตุลาการ ชี้ขาด ให้บริษัทแพ้คดี  บริษัทจะต้องชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษาหรือตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ พร้อมดอกเบี้ย
    ในฐานะลูกหนี้ผิดนัด ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัด

       
     

    ข้อ 11.  การแจ้งความ  เมื่อมีการกระทำความผิดในทางอาญาโดยบุคคลใด  ซึ่งทำให้เกิดสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัย  ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งความต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่ชักช้า

       
     

    ข้อ 12.  ค่าใช้จ่ายต่อสู้คดี   ถ้าผู้เอาประกันภัยถูกฟ้องศาลให้ใช้ค่าเสียหาย ซึ่งการประกันภัยนี้มีการคุ้มครอง บริษัทจะต่อสู้คดีในนามของ
    ผู้เอาประกันภัยโดยค่าใช้จ่ายของบริษัท

       
     

    ข้อ 13.  การโอนรถ   ในกรณีที่รถที่เจ้าของได้เอาประกันภัยไว้กับริษัทได้โอนไปยังบุคคลอื่นให้ผู้ได้มาซึ่งรถดังกล่าวมีฐานะเสมือน
    เป็นผู้เอาประกันภัย ตามกรมธรรม์ ประกันภัยนั้น และบริษัทต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวต่อไปตลอดอายุของกรมธรรม์ประกันภัย
    ที่ยังเหลืออยู่

       
     

    ข้อ 14.  การใช้รถ  กรณีใช้รถในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุนอกเหนือจากจากที่ระบุไว้ในตาราง  ซึ่งทำให้การเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น  ผู้เอาประกันภัยต้องชดใช้ค่าเสียหายคืนให้บริษัทตามจำนวนที่บริษัทไปแต่ไม่เกิน 2,000 บาท

       
     

    ข้อ 15.  การเลิกกรมธรรม์ประกันภัย

     

          15.1 บริษัทจะบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้ด้วยการส่งหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้ทราบในกรณีนี้บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน
          15.2 ผู้เอาประกันภัยจะบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้  โดยแจ้งให้บริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร  และมีสิทธิได้รับเบี้ยประกันภัยคืนตามอัตราคืนเบี้ย  ประกันภัยที่ระบุไว้ข้างล่างนี้

     

    จำนวนเดือนที่คุ้มครอง

    1

    2

    3

    4

    5

    6

    7

    8

    9

    10

    11

    12

    เบี้ยประกันภัยคืนร้อยละ

    80

    70

    60

    50

    40

    30

    20

    15

    10

    0

    0

    0

     

     

    ข้อ 16.  การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ : ในกรณีที่มีข้อพิพาท ข้อขัดแย้งหรือข้อเรียกร้องใดๆ ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้
    ระหว่าง ผู้มีสิทธิเรียกร้อง ตามกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัทและหากผู้มีสิทธิเรียกร้องประสงค์และเห็นควรยุติข้อพิพาทนั้น โดยวิธีการ
    อนุญาโตตุลาการ บริษัท ตกลงยินยอมและให้ทำการวินิจฉัยชี้ขาดโดยอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับสำนักงานคณะกรรมการกำกับ
    และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ

       
     

    ข้อ 17.  การตีความกรมธรรม์ประกันภัย  :  ความหมายและเจตนารมณ์ของข้อความที่ปรากฎในกรมธรรม์ประกันภัยนี้  รวมทั้งเอกสาร
    แนบท้ายและ เอกสารประกอบให้ตีความตามที่นายทะเบียนได้ให้ความเห็นชอบไว้

       
     

    ข้อ 18.  ข้อยกเว้น  การประกันภัยไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจาก 

     

          18.1  สงคราม  การรุกราน  การกระทำของชาติศัตรู  การสู้รบ  หรือการปฎิบัติการที่มีลักษณะเป็นการทำสงคราม  (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)
          18.2  สงครามกลางเมือง  การแข็งข้อของทหาร  การกบฎ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาล การยึดอำนาจการปกครองโดยกำลังทหารหรือโดยประการอื่น  ประชาชนก่อความวุ่นวายถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
          18.3  วัตถุอาวุธปรมาณู
          18.4  การแตกตัวของประจุ  การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงปรมาณูหรือจากการปรมาณูอันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู  และสำหรับจุดประสงค์ข้อสัญญานี้การเผาไหม้นั้นรวมถึงกรรมวิธีใด ๆ แห่งการแตกแยกปรมาณูซึ่งดำเนินการต่อไปด้วยตัวของมันเอง
          18.5  ความเสียหายที่เกิดจากรถที่ถูกยักยอก  ฉ้อโกง  กรรโชก  ลักทรัพย์  รีดเอาทรัพย์  ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์
          18.6  การใช้นอกประเทศไทย
          18.7  การใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย  ได้แก่  ใช้รถไปปล้นทรัพย์  ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติด  เป็นต้น
          18.8  การใช้ในการแข่งขันความเร็ว

       
     

    ข้อ 19.  ข้อสัญญาพิเศษ ภายใต้จำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยที่ระบุไว้ในตาราง  บริษัทจะไม่ยกเอาความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ประกันภัย  หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันภัยนี้  เว้นแต่ข้อ 18.1 18.2 18.3 18.4  18.5 
    และ  18.6   เป็นข้อต่อสู้ผู้ประสบภัยเพื่อปฏิเสธความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้  เมื่อบริษัทได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว  แต่บริษัท ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ต่อผู้เอาประกันภัยเพราะกรณีดังกล่าวข้างต้นนั้นซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องรับผิด
    ต่อผู้ประสบภัย  ผู้เอาประกันภัยต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้นคืนให้บริษัท ภายใน  7  วัน

     

  Link อื่นๆ