การทำหน้าที่เป็น สำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ 
  •  

          ประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียน ได้ร่วมลงนามใน กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน (ASEAN Framework Agreement on the Facilitation of Goods in Transit: AFAFGIT)   เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2541 ที่เมืองฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เป็นการสนับสนุนส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศใน
    กลุ่มอาเซียน และทำให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคนี้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยความตกลง AFAFGIT ประกอบไปด้วยพิธีสารรวม 9 ฉบับ ประกอบด้วย


    พิธีสาร 1  การกำหนดเส้นทางการขนส่งผ่านแดนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  (Designation of Transit Transport     Routes and Facilities)
    พิธีสาร 2  การกำหนดที่ทำการพรมแดน  (Designation of Frontier Posts)
    พิธีสาร 3  ประเภทและปริมาณรถ (Types and Quantity of Road Vehicles)
    พิธีสาร 4  ข้อกำหนดทางเทคนิคของรถ (Protocol 4-Technical Requirements of Vehicles)
    พิธีสาร 5  แผนการประกันภัยรถภาคบังคับอาเซียน (ASEAN Scheme of Compulsory Motor Vehicle Insurance)
    พิธีสาร 6  พรมแดนสำหรับรถไฟและสถานีชุมทาง (Railway Border and Interchange Stations)
    พิธีสาร 7  ระบบศุลกากรผ่านแดน (Customs Transit System)
    พิธีสาร 8  มาตรการด้านสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary Measures)
    พิธีสาร 9  สินค้าอันตราย (Dangerous Goods)

     

                    โดยพิธีสาร 5 ว่าด้วย โครงการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับของอาเซียน (Protocol 5 : ASEAN Scheme of Compulsory Motor Vehicle Insurance) ซึ่งในเบื้องต้นกำหนด
    ให้มีรถขนส่งสินค้าที่จะได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการได้ประเทศละ 60 คัน และกำหนดให้ประเทศคู่สัญญาต้องดำเนินการภายใต้กรอบข้อตกลงนี้ภายใน ปี 2543 ภายหลังได้มีการแก้ไข จำนวนรถขนส่งสินค้าผ่านแดนเป็น 500 คัน ในการประชุม  การประชุมรัฐมนตรีด้านการขนส่งอาเซียน ครั้งที่ 15 พ.ศ. 2552

                    ต่อมาในการประชุมผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของอาเซียน ครั้งที่ 2 (The Second Meeting of  the ASEAN Insurance Regulators)  ที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่าง
    พิธีสาร 5 โครงการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับของอาเซียน (Protocol 5 : ASEAN Scheme of Compulsory Motor Vehicle Insurance) ซึ่งในการประชุมดังกล่าว ได้มีผู้แทนจากสมาคม
    ประกันวินาศภัยเข้าร่วมประชุมด้วย ในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน ได้มีการลงนามร่วมกันในพิธีสาร 5 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2544
    ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยผู้แทนรัฐบาลไทยที่ลงนามคือ ฯพณฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสมัยนั้น

     

    การจัดตั้ง National Bureau และหน้าที่
                  สาระสำคัญประการหนึ่งของพิธีสารฉบับ 5 โครงการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับของอาเซียน (Protocol 5 : ASEAN Scheme of Compulsory Motor Vehicle Insurance) คือข้อตกลงตามมาตรา 9 ที่กำหนดให้สมาชิกภาคีคู่สัญญาต้องจัดตั้ง National Bureau หรือสำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ ของแต่ละประเทศขึ้นมา โดย National Bureau ประกอบด้วยบริษัทประกันภัยที่ได้รับอนุญาตให้รับประกันภัยรถภาคบังคับ เพื่อทำหน้าที่ในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในมาตรา 10 ซึ่งได้แก่


    1. ทำหน้าที่ออก Blue Card (เอกสารหลักฐานแสดงมีประกันภัยรถภาคบังคับตามข้อตกลงของพิธีสาร 5) ให้กับผู้ขนส่งสินค้า ของประเทศตน
    2. จำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับของประเทศตนให้กับผู้รับขนสินค้าของประเทศอื่นที่จะนำรถเข้ามาในประเทศ
    3. ประทับตราบน Blue Card เมื่อตรวจสอบว่ารถขนส่งสินค้าที่จะเข้าประเทศมีการประกันภัยภาคบังคับถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ
    4. ตรวจสอบอุบัติเหตุและดำเนินการตามที่จำเป็นเมื่อได้รับแจ้งว่ารถที่มี Blue Card ประสบอุบัติเหตุและต้องแจ้งให้บริษัทผู้รับประกันภัยที่เกี่ยวข้องทราบถึงเรื่องที่ได้ดำเนินการในนามของบริษัทนั้น
    5. การตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนใดๆ จะต้องขออนุมัติจากบริษัทผู้รับประกันภัยที่เกี่ยวข้องก่อน
    6. เรียกคืนค่าสินไหมทดแทนที่ได้จ่ายไปแล้วคืนจากบริษัทผู้รับประกันภัย

     

    การจัดตั้ง National Bureau ของไทย
                 สำหรับประเทศไทยนั้นเพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงในพิธีสาร 5 ในเรื่องของการจัดตั้ง สำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ หรือ National Bureau กรมการประกันภัย
    ได้มอบหมายให้สมาคมประกันวินาศภัยเป็นผู้พิจารณาเสนอหน่วยงานที่เห็นสมควรทำหน้าที่ดังกล่าว โดยสมาคมประกันวินาศภัยได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ในประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 10/2542-44 และต่อมาสมาคมประกันวินาศภัยได้มีหนังสือที่ กป. 7/2543 ลงวันที่ 25 มกราคม 2543 เสนอให้กรมการประกันภัยพิจารณา  บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ทำหน้าที่เป็น National Bureau ซึ่งกรมการประกันภัยเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าวและได้มีหนังสือฉบับที่ พณ 0506/2047 ลงวันที่ 12 เมษายน 2545 แจ้งให้บริษัทกลางฯ ดำเนินการ
    แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ เพื่อเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ให้สามารถดำเนินการเป็น National Bureau ได้ ต่อมาในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทกลางฯ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2545 ที่ประชุมมีมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็น National Bureau ตามที่กรมการประกันภัยแนะนำ และต่อมาภาครัฐได้ดำเนินการตามขั้นตอนการยืนยันสัตยาบันไปยัง ASEAN Secretariat เพื่อแสดงว่าประเทศไทยได้แต่งตั้ง บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เป็น Thailand National Bureau of Insurance อย่างเป็นทางการ และเพื่อการดำเนินการ
    ตามพิธีสาร 5 ว่าด้วยโครงการประกันภัยรถยนต์ผ่านแดนภาคบังคับของอาเซียน ได้มีบริษัท สมาชิกของสมาคมประกันวินาศภัยไทยเข้าร่วมโครงการเพื่อขายประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
    ผ่านแดนจำนวน 22 บริษัทในสมัยนั้น และในปัจจุบัน  มีบริษัทประกันวินาศภัยที่เป็นสมาชิกโครงการจำนวน 24 บริษัท ได้แก่


    1. 1.บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
    2. 2.บริษัท จรัญประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    3. 3.บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    4. 4.บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    5. 5.บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    6. 6.บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    7. 7.บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน)
    8. 8.บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    9. 9.บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    10. 10.บริษัท ศรีอยุธยา เจนเนอรัล ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    11. 11.บริษัท สยามซิตี้ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    12. 12.บริษัท สหมงคลประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    13. 13.บริษัทสัญญาประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    14. 14.บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)
    15. 15.บริษัท อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันภัย จำกัด ( มหาชน)
      16.บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
      17.บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)
      18.บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)
      19.บริษัท เอราวัณประกันภัย จำกัด (มหาชน)
      20.บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน)
      21.บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
      22.บริษัท สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)
      23.บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด(มหาชน)
      24.บริษัทไทยวิวัฒน์ประกันภัย จำกัด (มหาชน)

     


     

     

  Link อื่นๆ