การทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินการของธุรกิจประกันภัย 
  •  

    นอกจาการดำเนินการตามภารกิจหลักแล้ว บริษัทกลางฯ ยังได้รับมอบหมายจากภาครัฐและธุรกิจประกันภัยให้ดำเนินการโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจประกันภัย ได้แก่

    1.ผู้บริหารกองกลางประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคบังคับ

    (Compulsory Motorcycle Insurance Pool : CMIP)

    สมาคมประกันวินาศภัย ได้จัดตั้ง “กองกลางประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคบังคับ” (Compulsory Motorcycle Insurance Pool “CMIP”) เพื่อทำหน้าที่รับประกันภัยต่อ (Reinsurance) เฉพาะรถจักรยานยนต์ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งเป็นรถที่มีความเสี่ยงสูงจากบริษัทประกันภัยที่เป็นสมาชิก หลังจากนั้นกองกลางฯ จะกระจายความเสี่ยงกลับไปยังบริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการในรูปแบบของการประกันภัยต่อช่วง (Retrocession) ตามสัดส่วนที่แต่ละบริษัทได้รับประกันภัยรถประเภทอื่นๆ นอกจากรถจักรยานยนต์ไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมเฉลี่ยความเสี่ยงของรถจักรยานยนต์ไปยังรถประเภทอื่นๆ และเป็นการลดปัญหาความไม่สะดวกของประชาชนในการหาซื้อประกันภัยรถประเภทนี้ โดยมีการลงนามสัญญาจัดตั้งกองกลางฯ ณ สมาคมประกันวินาศภัย เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2546มีบริษัทประกันภัยเป็นสมาชิกจำนวน 57 บริษัท และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองกลางฯ ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายในการดำเนินกิจการของกองกลางฯ ทั้งนี้สมาชิกกองกลางฯ ได้แต่งตั้งให้บริษัทกลางฯทำหน้าที่เป็นผู้บริหารกองกลางฯ การดำเนินการของกองกลางฯ ดำเนินการไปได้ดีตามที่คณะกรรมการบริหารกองกลางฯกำหนด โดยสามารถควบคุมอัตราความสูญเสียได้ต่ำกว่า 100% และเพื่อให้กองกลางฯ มีรายจ่ายที่สมดุลกับรายได้ยิ่งขึ้นคณะกรรมการบริหารกองกลางฯ จึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 25/2548 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2548 ให้ปรับลดอัตราส่วนลดเบี้ยประกันภัยต่อจาก 12% เป็น 8% ประกอบกับผู้บริหารกองกลางฯสามารถควบคุมอัตราความสูญเสียได้ดีขึ้นตามลำดับส่งผลให้กองกลางฯ ไม่ขาดทุนอีกต่อไปและเมื่อปรากฏว่าการรับประกันภัยรถจักรยานยนต์ไม่ขาดทุนแล้วจึงมีสมาชิกลาออกจากกองกลางฯจำนวนหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่ามีความพร้อมที่จะรับประกันภัยรถจักรยานยนต์เองแล้วดังนั้นในการประชุมวิสามัญครั้งที่ 2/2548 ของบริษัทสมาชิกกองกลางฯ ที่ประชุมได้มีมติให้ยกเลิกกองกลางประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคบังคับโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 เป็นต้นไป

    2.โครงการประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทร

    จากการที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการประกันภัยขึ้นกรมการประกันภัยและธุรกิจประกันภัย (ทั้งบริษัทประกันวินาศภัย และบริษัทประกันชีวิต) จึงร่วมกันผลักดันกรมธรรม์ในรูปแบบพิเศษซึ่งใช้ชื่อว่า “การประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทร” หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อว่า “ประกันภัยวันละบาท” ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2546 โดยที่บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัดได้รับเลือกให้เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการรับคำร้องและประสานงานด้านการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย และในเดือนธันวาคม 2546 บริษัทกลางฯ ได้รับมอบหมายให้เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขายกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรด้วย จนกระทั่งในช่วงเดือนกรกฎาคม 2550 ผู้บริหารโครงการได้มีการประกาศปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัย ในขณะที่ความคุ้มครองไม่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนไม่สนใจทำประกันภัยเอื้ออาทรเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารโครงการให้ทำหน้าที่เช่นเดิมทุกประการ จนในที่สุดโครงการประกันภัยอุบัติเหตุเอื้ออาทรได้สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป

    3.โครงการประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง (มอเตอร์ไซด์ยิ้ม)

    เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง และเพื่อเป็นการส่งเสริมการทำประกันภัยอุบัติเหตุ สร้างหลักประกันและความมั่นคงให้กับครอบครัวของผู้ประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง      กรุงเทพมหานคร จึงจัดทำโครงการประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง (มอเตอร์ไซด์ยิ้ม) ขึ้น สำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ลงทะเบียนไว้กับสำนักงานเขต โดยความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย และบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ซึ่งมีการเปิดตัวโครงการตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2553 โครงการมอเตอร์ไซด์ยิ้มนี้ให้ความคุ้มครองผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสูงสุด 100,000 บาท ในอัตราเบี้ยประกันภัย 500 บาทต่อคนต่อปี ทั้งนี้บริษัทสมาชิกที่เข้าร่วมรับประกันภัยตามโครงการนี้ ซึ่งเป็นบริษัทประกันวินาศภัยจำนวน 8 บริษัท บริษัทประกันชีวิตจำนวน 4 บริษัท ได้มอบหมายให้บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เป็นผู้บริหารโครงการคราวแรกบริหารโครงการจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555

     

     

  Link อื่นๆ